Tuesday, June 26, 2007

บันทึกเสียงคุณภาพสูงด้วย Wichita Audio Recorder

Zone : Software

Section : Multimedia and Entertainment

เรื่อง : บันทึกเสียงคุณภาพสูงด้วย Wichita Audio Recorder

By : ชาญศักดิ์

e-mail : charnsak AT charansak.com

ความสามารถในการบันทึกเสียงของเครื่อง PocketPC นับเป็นความสามารถหลักอีกอย่างที่ทำให้หลายๆคนหันมาเลือกใช้กัน ซึ่งการบันทึกเสียงด้วย Pocket Pc จะทำให้เราได้ไฟล์เสียงในรูปแบบดิจิตอลทันทีซึ่งง่ายที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับงานอื่นๆต่อไปครับ

โปรแกรมที่จะแนะนำวันนี้มีชื่อว่า Wichita Audio Recorder เป็นโปรแกรมบันทึกเสียงจากค่าย Pocco software ซึ่งระบุความสามารถไว้ว่าสามารถบันทึกเสียงได้คุณภาพระดับเดียวกับ DVD เลยทีเดียว (แต่ต้องใช้งานร่วมกับ PDAudio CFcard) สามารถดาวโหลดตัวทดลองใช้งานได้ที่ http://www.poccosoftware.com ขนาดไฟล์ประมาณ 770 KB โดยสามารถทดลองใช้บันทึกเสียงได้เต็มๆเพียง 1 ชม.หลังจากนั้นจะสามารถบันทึกได้เพียงครั้งละ 10 วินาทีเท่านั้นหากต้องการใช้งานต่อสามารถลงทะเบียนได้ในราคา $47.99 ครับ

ปัจจุบันโปรแกรมพัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 1.03 แล้ว สามารถทำงานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Pocket PC 2002 และ Windows Mobile 2003 ครับ

หน้าตาโปรแกรม

หลังจากทำการติดตั้งและเรียกใช้งานโปรแกรมจะมีหน้าตาดังรูปที่ 1 ครับจะเห็นว่าโปรแกรมมีหน้าตาที่เรียบง่ายมาก โดยโปรแกรมในแต่ละส่วนมีการทำงานดังนี้ครับ

รูปที่ 1 หน้าจอหลักของโปรแกรม

รูปที่ 2 การตัดค่าแหล่งที่มาของเสียง

หมายเลข 1 Recording List เป็นส่วนที่ใช้แสดงรายชื่อไฟล์ที่ได้ทำการบันทึกไว้แล้วและการจัดการไฟล์เช่น การลบ,เคลื่อนย้าย,เปลี่ยนชื่อไฟล์,คัดลอกและการบีมส่งไฟล์ครับ

หมายเลข 2 เป็นส่วนแสดงสถานะการทำงานของโปรแกรมในขณะนั้นๆ

หมายเลข 3 เป็นปุ่ม Soft Button สำหรับสั่งให้โปรแกรมทำงานเกี่ยวกับการบันทึกและเล่นเสียงครับ

หมายเลข 4 เป็นเมนูหลักของโปรแกรมจะมีไอคอนด้วยกัน 6 ไอคอนเรียงจากซ้ายไปขวาคือ Recording option, Assign hardware button, Overwrite, Insert, Append และ About ครับซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

เริ่มบันทึกเสียง

ก่อนที่เราจะทำการบันทึกเสียงเราจำเป็นต้องทำการปรับแต่งตัวโปรแกรมให้เหมาะกับงานของเราเสียก่อน โดยค่าที่จำเป็นต้องปรับแต่งมี 3 อย่างด้วยกันคือแหล่งที่มาของเสียงที่เราต้องการบันทึก,คุณภาพของเสียงและสื่อเก็บข้อมูลที่เราใช้เก็บไฟล์เสียงที่บันทึกแล้ว ทั้งหมดนี้สามารถกำหนดได้ที่ Recording options (ไอคอนแรกของเมนูหลักตามรูปที่ 1)ผมจะขอแนะนำการตั้งค่าต่างๆเป็นขั้นตอนไปนะครับ

1.กำหนดแหล่งที่มาของเสียงใน Tab Source (รูปที่ 2)ส่วนนี้สำหรับกำหนดว่าเราจะใช้อุปกรณืชนิดใดในการบันทึกเสียงโดยมีให้เลือก 2 ชนิดคือ Built-in Microphone คือไมโครโฟนในตัวเครื่องและ PDAudio CFcard เป็นการ์ด CF ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Audio ภายนอกครับหากเราไม่มีก็ทำการเลือกเป็น Built-in Microphone

รูปที่ 3-กำหนดคุณภาพของเสียง

รูปที่ 4 กำหนดสื่อที่จะใช้ในการเก็บข้อมูล

2.กำหนดคุณภาพของเสียงใน Tab format (รูปที่ 3)เราสามารถกำหนดคุณภาพของเสียงให้เหมาะกับงานที่เราต้องการได้ ตรงส่วนนี้ถ้าเราใช้ Built-in Microphone เราจะสามารถกำหนดคุณภาพเสียงได้ตั้งแต่มาตรฐาน GSM 6.10(เหมาะกับการบันทึกเสียงสนทนาทั่วไป) ไปจนถึงมาตรฐานเท่ากับ CD ทั่วไปเลยทีเดียว หากต้องการคุณภาพสูงกว่านี้เราต้องมี PDAudio CFcard เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บันทึกเสียงภายนอกครับ

ยิ่งเราเลื่อนตัวสไลด์ไปทางขวามากเท่าไหร่คุณภาพเสียงก็จะยิ่งสูงขึ้นแต่นั่นก็คือเราต้องใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากขึ้นเช่นกันโดยโปรแกรมจะทำการคำนวนเวลาที่เหลือที่เราสามารถทำการบันทึกได้เอาไว้และเวลาสูงสุดที่เราสามารถบันทึกได้ใน 1 ไฟล์แต่ถ้าอุปกรณ์เก็บข้อมูลของเราเร็วพอ เวลาที่แสดงจะเท่ากันทั้งคู่ครับ

3.กำหนดสื่อที่ใช้บันทึกมูลใน Tab Store (รูปที่ 4)เป็นการเลือกว่าเราจะเก็บข้อมูลลงบนสื่อชนิดใดโดยข้อมูลใน dropdown จะแสดงรายชื่อสื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดที่ PPC พบเราสามารถเลือกสื่อที่ต้องการเก็บได้เลย

Treat as high-speed storage เป็นการกำหนดให้ตัวโปรแกรมทำการเขียนข้อมูลลงบนสื่อโดยตรงเนื่องจากตัวโปรแกรมจะถือว่าสื่อเก็บข้อมูลภายนอกทั้งหมดนอกจาก Main memory เป็นสื่อเก็บข้อมูลที่ทำงานช้าครับ ทำให้เกิดการจำกัดของระยะเวลาการบันทึกใน 1 ไฟล์แต่หากเราเลือกใช้ฟังก์ชั่นนี้แต่สื่อเก็บข้อมูลของเรามีความเร็วไม่พอจะทำให้เกิดอาการเสียงสะดุดหรือกระตุกได้ครับ

หลังจากที่ได้ปรับแต่งค่าต่างๆตามความลักษณะงานที่ต้องการแล้วคราวนี้เราก็สามารถกดปุ่ม Record Button เพื่อทำการบันทึกได้เลยครับ

แก้ไขไฟล์เสียง

จุดเด่นของอีกอย่างของโปรแกรมนี้คือ เราสามารถทำการแก้ไขไฟล์เสียงที่ได้บันทึกเอาไว้แล้วได้ครับโดยมีโหมดการแก้ไขไฟล์เสียงมาให้ด้วยกัน 3 โหมดคือ

1.การ Overwrite เป็นการบันทึกเสียงโดยทำการเขียนไฟล์ทับไฟล์เสียงที่ได้เลือกไว้ใน Recording list ครับ(ไอคอนที่ 3 ของเมนูหลัก)

2.การ Insert เป็นการบันทึกไฟล์เสียงโดยการแทรกไฟล์เสียงที่ได้ต่อจากตำแหน่งปัจจุบันของไฟล์นั้นๆ(ไอคอนที่ 4 ของเมนูหลัก)ซึ่งฟังก์ชั่นนี้อาจจะช้าบ้างเล็กน้อยหลังจากบันทึกเสร็จเนื่องจากโปรแกรมต้องทำการย้ายไฟล์ทั้งหมด

3.การ Append เป็นการบันทึกไฟล์เสียงโดยการบันทึกต่อท้ายไฟล์โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งปัจจุบัน(ไอคอน ที่ 5ของเมนูหลัก)

VAS, CUT

VAS (Voice Activated System) เป็นฟังก์ชั่นที่กำหนดให้โปรแกรมทำการบันทึกเสียงโดยอัตโนมัติเมื่อมีแสียงดังเกินจากสภาพแวดล้อมที่กำหนดไว้

CUT (Silence removal) เป็นฟังก์ชั่นที่ทำการลบช่องว่างของเสียงจากการบันทึก เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ในการบันทึกเสียงครับ

รูปที่ 5 การตั้งค่า VAS

รูปที่ 6 การตั้งค่า CUT

โดยทั้ง 2 ฟังก์ชั่นนี้มีการตั้งค่าคล้ายๆกันคือเราต้องทำการกำหนดสภาพแวดล้อมเสียงที่อยู่รอบๆตัวเราก่อน ตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยู่ในที่เงียบๆเราก็ต้องเลื่อนตัวสไลด์ไปทางซ้ายหากเราอยู่ในที่เสียงดังๆก็เลื่อนไปทางขวามากหน่อย ส่วน CUT เราจะต้องกำหนดค่าเพิ่มเติมโดยกำหนดว่าระยะเวลานานกี่วินาทีหากไม่มีเสียงที่ดังกว่าสภาพแวดล้อมที่กำหนดโปรแกรมก็จะทำการตัดเสียงในช่วงเวลานั้นทิ้งไป

วิธีใช้งาน VAS ก็ง่ายๆครับ เพียงเปิด option นี้ไว้จากนั้นกดปุ่ม Record ตามปกติแต่โปรแกรมจะยังไม่ทำการบันทึกเสียงจนกว่าจะได้รับเสียงที่สูงกว่าเสียงที่กำหนดไว้จึงจะเริ่มทำการบันทึกเองส่วน CUT จะทำงานเองโดยอัตโนมัติตามที่ตั้งค่าไว้ครับ

สำหรับในเครื่องรุ่นใหม่ๆที่มีฟังก์ชั่น AGC (Automatic Gain Control) สำหรับปรับสภาพแวดล้อมเสียงของไมโครโฟนอยู่แล้วอาจทำให้ฟังก์ชั่น VAS และ CUT ไม่สามารถทำงานได้ ให้ทำการยกเลิกฟังก์ชั่นนี้ซะก่อนนะครับที่ Start->setting->Audio รวมทั้งเสียง Event ต่างๆที่เกิดขณะเรากดปุ่มบันทึกอาจทำให้ VAS เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเสียงสั่งให้บันทึกให้เรายกเลิกเสียก่อนที่จะใช้ฟังก์ชั่นนี้เพื่อความแม่นยำที่ Start->settings->Sound&notifications ครับ

Stop

ฟังก์ชั่นสุดท้ายที่จะพูดถึงคือฟังก์ชั่น Stop สำหรับกำหนดเงื่อนไขต่างๆเพื่อให้โปรแกรมหยุดทำการบันทึกโดยจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ

1.Auto Stop โปรแกรมจะทำการหยุดบันทึกเมื่อทำการบันทึกไปถึงเวลาที่กำหนดไว้

2.Recording Stop-And-Continue โปรแกรมจะทำการหยุดทำการบันทึกหลังจากที่ไฟล์มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กำหนดไว้แล้วและทำการบันทึกต่อในไฟล์ใหม่ทันทีหากมีการเลือกที่ Continue recording to new file

3.Lock to prevent Accidental Stop เป็นการ Lock ไม่ให้มีการ Stop เองโดยทำให้ปุ่ม Stop หรือ Pause ไม่ทำงาน

รูปที่ 7 การตั้งค่า Auto Stop

สรุปผล

จากการทดลองใช้งานพบว่าโปรแกรมนี้สามารถบันทึกเสียงได้อย่างรวดเร็วและเสียงที่บันทึกนับว่ามีความชัดเจนไม่ค่อยมีอาการเสียงสะดุดหรือกระตุกให้ได้ยินนอกจากเราจะใช้ฟังก์ชั่น Treat as high-speed storage กับสื่อเก็บข้อมูลที่มีความเร็วต่ำ

ที่สำคัญคือโปรแกรมนี้มีฟังก์ชั่นเด่นๆอย่าง VAS และ CUT ที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นบวกกับประหยัดพื้นที่ในการบันทึกข้อมูล โดยรวมแล้วโปรแกรมนี้นับเป็นโปรแกรมบันทึกเสียงอีกโปรแกรมหนึ่งที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้ PPC บันทึกเสียงในการทำงานอยู่บ่อยๆครับ

0 comments:

Post a Comment