Sunday, July 29, 2007

เถ้าแก่น้อย....

พอดีเพิ่งได้กินสาหร่าย "ถ้าแก่น้อย" เมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้เอง เลยลองเข้าไปหาข้อมูลของบริษัท พบข้อมูลที่น่าทึ่ง ดังนี้ครับ...



อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์

เปิดตัวผู้บริหารหน้าใหม่ของเด็กหนุ่มวัยเพียงแค่ 21 ปี(ในปี 2549) ที่สามารถกุมบังเหียนครองแท่นเบอร์หนึ่ง ตลาดสแน็คสาหร่าย ของประเทศ อย่าง อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” สมกับชื่อแบรนด์


ด้วยวัยเพียงแค่ 21 ปี ซึ่งน่าจะอยู่ในช่วงของการศึกษา และเที่ยวเตร่ แต่สำหรับอิทธิพัทธ์ กลับมองว่าการมุ่งทำธุรกิจของตัวเองท่าจะรุ่งมากกว่า จึงเป็นที่มาที่ไปของการ ก่อตั้งบริษัท เถ้าแก่น้อย ด้วยทุนส่วนตัว ขณะที่ธุรกิจเดิมของครอบครัวจะทำเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้างซึ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มสแน็คเลย

ผลงานชิ้นแรกของ อิทธิพัทธ์ คือเจ้าของธุรกิจแฟรนไซส์ เกาลัดญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” ซึ่งทำได้ไม่นานก็ได้ขายกิจการให้กับนายทุนคนอื่น แต่ด้วย เลือดนักธุรกิจที่ยังไม่หยุดนิ่ง ประจวบเหมาะกับช่วงปี 2547 เป็นกระแสที่สาหร่ายที่มาแรง จึงมีแนวความคิด ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเอง ภายใต้บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด โดยใช้งบประมาณก่อตั้งประมาณ 10 ล้านบาท คุมพนักงาน 300 ชีวิต ในการสร้าง สแน็คสาหร่าย ภายใต้แบรนด์เถ้าแก่น้อยเหมือนเคย

โดยมีตลาดหลัก คือการส่งออกไปต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง มาเก๊า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เป็นต้น และในวันนี้ จึงตัดสินใจย้อนศร หันมาทำตลาดในประเทศเพิ่มเติม โดยลุยแบบเต็มรูปแบบ อิทธิพัทธ์ ประกาศพร้อมทำตลาดแบบย้อนศร กลับมาทำตลาดในประเทศอย่างเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น

สาเหตุที่ทำให้เด็กหนุ่มประสบความสำเร็จได้มากเกินกว่าอายุแบรนด์เถ้าแก่น้อย อิทธิพัทธ์ กล่าวว่า บุคคลที่ยึดเป็นแบบอย่างในการดำเนินงานคือ ธนินท์ เจียรวนนท์ ผู้นำกลุ่มซีพี, ตัน ภาสกรนที ผู้นำด้านตลาดชาเขียวโออิชิ ที่เขาเอามาเป็นแบบอย่างที่ดี โดยให้ความสำคัญกับรสชาติสินค้าเ และการประชาสัมพันธ์ บวกกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดูทันสมัยสะดุดตา รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มีตัวมาสคอต ที่น่ารัก เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งหมดเป้ฯปัจจัยที่ประกอบกันส่งผลให้กิจการสาหร่ายญี่ปุ่นทอดกรอบภายใต้ชื่อ “เถ้าแก่น้อย” มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ถึง 50 -60% ต่อเดือน

การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง โดย การจัดกิจกรรมทางการตลาดดังที่กล่าวมาข้างต้น จะสามารถทำให้ผู้ บริโภคหรือ กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์สินค้าเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน การเตรียมวางแผนงานกิจกรรมการตลาดในระยะต่อไปเพื่อสร้างความผูกพันแบรนด์กับ กลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มมากขึ้นในโอกาสต่อไป

เป้าหมายต่อไป อิทธิพัทธ์ หวังไว้ว่าจะขยายอาณาจักรของแบรนด์เถ้าแก่น้อย เพิ่มมากขึ้นในประเทศ และคาดหวังว่าในปี 2550 แบรนด์เถ้าแก่น้อยจะสามารถขยับแชร์ในตลาดเพิ่มขึ้นได้อีกกว่า 70% ซึ่งเป็นไปได้ไม่ยากมากเกินความสามารถ เพราะในปัจจุบันแบรนด์ก็เป็นผู้นำด้านตลาดกลุ่มนี้อยู่แล้ว

คอยติดตามดูก้าวต่อไปในการเติบโตของ เถ้าแก่น้อย คนนี้ว่า เขาจะคิดและทำอะไรอีกจากนี้ไป

Wednesday, July 25, 2007

พบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใน iPhone (ซะแล้ว)

หลังจากที่ iPhone ได้ประกาศขายออกมาแล้ว กลุ่มของ Independent Security Evaluators ก็ได้เริ่มทันที ในการค้นหาช่องโหว่ของระบบ iPhone โดยพยายามทำวิธีการต่างๆ หลายอย่างโดยพวกเขาพยายามหาทางที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในอุปกรณ์นั้นๆ

การโจมตีนั้นทำงานผ่านทาง Safari เว็บเบราว์เซอร์ "ของแท้" นั่นเอง ส่วนจะมีวิธีการใดบ้างนั้น แปลต่อกันนะครับ :P
http://www.securityevaluators.com/iphone/

ก็หวังว่าเมื่อมาถึงเมืองไทย ปัญหาของ iPhone นี้จะหมดไป ได้รับการแก้ไขแล้วนะครับ

เห้อ ทำไป ทำมา กลายเป็นเหมือนกับ ไมโครซอฟท์ เสียแล้ว :P

Thursday, July 19, 2007

Software Engineer vs. Code Artist

เอามาจาก http://www.codesqueeze.com/softwareengineer-vs-code-artist/

การพัฒนาซอฟต์แวร์ เป็น วิศวกรรม หรือ ศิลปะกันแน่?

สำหรับผมแล้วคิดว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาสัก 1 ระบบ จำเป็นต้องมีทั้งวิศวกรรมศาสตร์ และ ศิลปศาสตร์

เพราะการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมานั้น ต้องอาศัยทุกด้านตั้งแต่เรื่องของเทคโนโลยี ไปจนถึงการติดต่อกับผู้ใช้ เพราะ สิ่งที่โปรแกรมจะต้องมี ต้องทำงานนั้นมาทางผู้ใช้แทบทั้งสิ้นนับว่าเป็นศิลปะในการคิดและออกแบบ แม้กระทั่งการติดต่อ ต่อรองกับผู้ใช้

 

ส่วนด้านวิศวกรรมนั้น แน่นอนว่าเราต้องมีการออกแบบสถาปัตยกรรมของซอฟต์แวร์ไม่ว่าจะเป็นการไหลของข้อมูล การออกแบบฐานข้อมูล หรือ อื่นๆเป็นต้น

Software Engineer vs. Code Artist

Is software development engineering or artistry?

This long running debate received new life when Steve McConnell gave a fiery reply to an IEEE Computer article titled “Software Development : What is the problem?“. Eric Wise has now stirred the pot with his post Rejecting Software Engineering.

Personally I wonder why everyone thinks they are an artist. I don’t care if you are a software developer, carpenter, or plumber; every profession thinks they are so clever that they deserve the title ‘artist’. This is a load of crap. True pencil and paint artists can create subjective works without any repercussions.

Expectations to create readable, maintainable, scalable, testable, documented, and flexible code are everywhere. We can not even commit to open source projects without being censored for quality. Developers get no bonus points for clever solutions, only for quality and useful solutions.

The number of ways we can solve problems through software is amazing. Of these solutions comes many unique and clever permutations; all representations of their creator - the developer. But acts of creation does not imply the right to declare ourselves artists. Musicians are artists that can have free spirited impromptu ‘jam sessions’. When was the last time you saw a developer express themselves in a free spirited impromptu ‘code session’? It just sounds stupid saying it.

Mathematics is considered a science, yet solutions can be cleverly constructed. So why is it a science and not art? Mathematicians (like developers) need to be confined to solving a problem in order to start creating.

Solving a problem is not art. Creation is not art. Being held to standards and expectations is not artistic. We are not artists.

Wednesday, July 18, 2007

I found it on E-BAY

เมื่อวานนี้ (17/07/07) เพิ่งได้มีโอกาสไปชมภาพยนต์เรื่อง Transfomer มา

ตอนแรกก็สงสัยว่านาย Sam WitWicky มันมีส่วนได้เสียอะไรกับพวก หุ่นยนต์นอกโลก จะเปลี่ยน Terminator หรือเปล่าที่เป็นผู้สร้างมันมา?

แต่พอได้ดูก็ต้องทึ่งในไอเดียของหนังเรื่องนี้

ปรากฏว่าทุกอย่างมันเริ่มจาก "อีเบย์" (http://www.ebay.com) โดย...

(Spoil นะครับ)

เริ่มแรกนาย Sam ต้องการเงินเพื่อซื้อรถคันแรกจึงได้เอาสมบัติโบราณของคุณปู่ ไปขายใน Ebay ชอบตอนที่เขาประกาศหน้าห้องจริงๆ ว่าเขารับเงินแบบ Paypal ด้วย....

ต่อมามีฉากที่นาย Sam ไปเปิดเว็บ Ebay ดูสินค้าตัวเองปรากฏว่า 0 bids

ทีนี้เรื่องมันก็มาถึงฉากสำคัญที่ว่าทำไม autobot และ Deception ถึงหานาย Sam คนนี้เจอได้อย่างไร? รู้ได้ไงว่ามีความสัมพันธ์กับปู่เขาเหมือน 100 ปีก่อน

ปรากฏว่าพวกหุ่นยนต์ศึกษามนุษย์ผ่านทาง World wide web และทำให้ไปพบสินค้าที่เป็นแว่นตานั้นใน Ebay โอโห้ คิดได้อย่างไรโดย username ของ Sam ใน EBAY คือ ladyman217

ที่สำคัญหุ่นยนต์เหล่านั้นพูดไปถึงหมายเลขรหัสสินค้านั้นด้วย!!!

(หมด spoiler)

ทีนี้ในเมื่อมีคนโฆษณา ทำการตลาดแบบ MASS ให้เรียบร้อย(คนที่ดู Transformer คิดว่าส่วนใหญ่ก็ต้องเล่นเน็ตและน่าจะรู้จัก Ebay) ทำไมไม่เอาโอกาสแบบนั้นให้เป็นประโยชน์ล่ะ? ก็เลยลองเข้าไปใน Ebay สินค้าที่เป็นอะไรเกี่ยวกับ Transformer ขายดีมาก... ดูจากรูปด้านบนเป็นแว่นแบบเดียวกับที่ปู่ของ Sam ใส่ แต่ยังไม่แตกนะครับ ราคาขายพุ่งไปเกือบ 3000 เหรียญ นี่ยังไม่นับสินค้าอื่นๆเช่น หุ่น autobot, The cube และอื่นๆ อีกมากมาย สนใจก็ลองค้นหาใน Ebay ได้ ตรึม....

Tuesday, July 17, 2007

แฉฮวงจุ้ย 7 eleven

เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ :D

แฉฮวงจุ้ย 7 eleven

ในโลกของเศรษฐกิจทุนนิยม “การแข่งขัน” ถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการตัดสินชี้เป็นชี้ตาย เพราะในความเป็นจริงผู้ที่อยู่รอด คือ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด และเป็นธรรมดาสำหรับการไม่มีที่ยืนให้ผู้แพ้

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ผมจำได้ว่าเคยสัญญาลงในคอลัมน์ว่าจะนำเรื่องฮวงจุ้ยของ 7 eleven มาฉายให้ฟัง ผ่านมาก็พอสมควรจนเกือบจะลืมไปแล้ว แต่ดีที่มีผู้อ่านอีเมลมาทวงสัญญา ครั้งนี้จึงหนีไม่ออก ต้องนำมาถ่ายทอดให้ฟังตอบแทนความกรุณาที่ผู้อ่านเตือนมา

7 eleven ดำเนินธุรกิจตามปรัชญาของ “ร้านสะดวกซื้อ” จนปัจจุบัน 7 eleven กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทุกแห่งหนชนชั้นไปแล้ว คำว่า “ส่วนหนึ่งของชีวิต” เป็นคำที่พูดง่ายเพราะมีแค่ 5 พยางค์ แต่คำๆ นี้กลับยิ่งใหญ่มากในความรู้สึกของนักการตลาด

เจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดของ 7 eleven ที่ยึดครองทุกพื้นที่ในประเทศไทย ทำให้ร้านโชห่วยที่เป็นวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนต้องบาดเจ็บกันระนาว บ้างก็ล้มตายไปก็มี

นอกจากจะเป็นเรื่องการจัดการที่ดีแล้ว เรื่องของฮวงจุ้ยก็มีส่วนสำคัญมากในการเจริญเติบโตของ 7 eleven

ฮวงจุ้ยที่ทำให้เจริญเติบโตสิ่งแรก คือ โลโก้ เพราะเป็นสิ่งที่ชี้นำการตกแต่งร้านได้ ชี้นำอย่างไรต้องอ่านต่อครับ

โลโก้ของ 7 eleven ประกอบไปด้วย 3 สี 3 ธาตุ คือ เขียว (ธาตุไม้) ส้ม (ธาตุไฟ) ขาว (ธาตุดิน)

ธาตุทั้งสามนี้เกื้อหนุนกัน คือ ไม้ส่งเสริมไฟ ไฟส่งเสริมดิน อ่านตามความหมายการดำเนินธุรกิจได้ดังนี้ ธาตุไม้ คือ เครื่องอุปโภคบริโภค ธาตุไฟ คือ การกระตุ้นให้เจริญเติบโต ดิน คือ มั่นคง แข็งแรง

การตกแต่งสีภายในร้านจึงใช้สีของธาตุสุดท้ายที่ส่งเสริม คือ สีขาว ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความมั่นคง เจริญก้าวหน้าของธุรกิจ

เรื่องชื่อก็มีส่วนสำคัญมากเช่นกัน 7 eleven เขียนเป็นตัวเลขได้ 7 กับ 11 ถ้าวิเคราะห์ตามหลักของฮวงจุ้ยไทยแล้ว เลข 7 คือ ดาวเสาร์ ธาตุไฟ เลข 11 คือ พระอาทิตย์ ธาตุไฟเช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่นำมาใช้ตกแต่งร้านตามโลโก้ คือ ธาตุไฟ

สังเกตดูซิครับ ว่าสิ่งที่ทำให้ 7 eleven โดดเด่นกว่าร้านสะดวกซื้อทั่วไป คือ ร้านสีขาวที่ประดับไฟไว้อย่างอลังการงานสร้าง โดดเด่นทุกมุมมอง แม้แต่ตอนกลางวันก็ไม่ได้เบาไฟลงเลยแม้แต่น้อย

ส่วนที่สอง คือ การเปิดประตูมังกร สังเกตดูร้อยละ 90 ของ 7 eleven จะเปิดประตูมังกร ทีนี้สังเกตอย่างไรจึงจะเป็นมังกร คนจีนเชื่อว่าถ้าหันหน้าออกนอกบ้านประตูอยู่ซ้ายมือ หันเข้าบ้านประตูอยู่ขวามือประตู นั่นคือ ประตูมังกร จะส่งเสริมเรื่องของการค้า ธุรกิจ ให้เจริญก้าวหน้าร่ำรวย เพราะมังกรคือสัตว์มงคลของชาวจีน

ความเชื่อเรื่องของมังกรเขียวและเสือขาวได้รับอิทธิพลมาจาก หยิน หยาง ของลัทธิเต๋า ที่มีความเชื่อว่า สิ่งที่เคลื่อนไหวต้องอยู่คู่กับความนิ่งเฉย มังกรเขียวคือการเคลื่อนไหว เสือขาวคือความนิ่งเฉย

ควรมีสองสิ่งอย่าง “สมดุล” กัน ไม่ให้มีมากหรือน้อยจนเกินไป ถ้าเปิดประตูฝั่งหนึ่งควรปิดอีกฝั่งหนึ่ง ไม่ควรเปิดประตูไว้สองฝั่ง เพราะคนจีนมีความเชื่อที่ว่าถ้ามีความเคลื่อนไหวมากเกินไปจะเก็บทรัพย์ไว้ไม่อยู่

จะว่าไป ความเชื่อนี้ตั้งอยู่บนหลักการวิทยาศาสตร์ เพราะถ้าสมมติว่าเปิดประตูทั้งสองด้าน เราจะไม่สามารถควบคุมสอดส่องดูแลมิจฉาชีพที่มาจ้องขโมยสินค้าของเราไปได้ ถ้าของที่เราค้าขายเกิดหายไปวันละนิดวันละหน่อย เท่ากับว่าเราค้าขายเท่าไหร่ก็ไม่มีกำไร เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับการเก็บทรัพย์ไม่อยู่นั่นเอง

การเปิดประตูมังกรของ 7 eleven มีนัยอีกอย่าง คือประตูอยู่ด้านขวาเมื่อมองเข้าไป เท่ากับว่าจะทางร้านจะมีพื้นที่ให้โฆษณาแคมเปญ หรือสินค้าทั้งหลาย เมื่อใครที่เดินผ่านจากขวาไปซ้าย จะมีเวลาให้ตัดสินใจซื้อสินค้า ดูแคมเปญโปรโมชั่นต่างๆ และพิจารณาว่าขาดเหลืออะไรก่อนที่จะผ่านประตูทางเข้า เป็นการใช้จิตวิทยาสำหรับการขายสินค้า

ขอเสิร์ฟแค่ออร์เดิร์ฟก่อนนะครับ เดี๋ยวเมนคอสจะตามมาครั้งหน้าครับ

กฤษณนัยย์ พิยารังสรรค์

Sixty-eight (count 'em) Reproducible iPhone Bugs

เอาแล้วครับ ขายไปเกือบเดือนก็มี Bugs รายงานออกมามากมาย
หวังว่าก่อนมาขายเมืองไทยจะแก้หมดแล้วนะ


ดู Bug ทั้งหมดได้ที่นี่
http://www.applehound.com/node/104



When Robert Kemp over at AppleHound picks up the scent of trouble, he is nothing if not persistent.

Kemp made a name for himself as an Apple (AAPL) iPhone nitpicker last January when he spotted 14 instances of software misbehavior in the videotape of Steve Jobs' MacWorld 2007 iPhone demo. And when he finally got his hands on the finished product, he wasted no time looking for soft spots.

It wasn't easy. "The OS X graphical interface and applications are extremely solid!" Kemp reports. But after more than 40 hours of poking and prodding he put together what may be the most definitive list -- outside Apple's own quality control department -- of iPhone bugs.


No complex piece of modern technology is perfect in version 1.0, and this gadget is no exception. Kemp counted 68 bugs in his first go-round -- ranging from what he calls "minor display issues" to outright application crashes.

The best thing about Kemp's list is that like a good scientist, he has provided a control -- he tested his findings on two iPhones -- and taken careful notes, so that each bug should be reproducible by anyone with their own iPhone. Where there is a workaround, he provides that too.

For example, here's the first "serious bug" he lists:

The screen will begin flashing off and on when the proximity sensor detects an object for only one second. To reproduce, call a friend -> press the home button -> slowly run your hand over the proximity sensor near the receiver (not the speaker on the bottom of the phone). Move your hand more quickly if the screen turns off and back on once. Move your hand more slowly if the screen doesn't turn off at all. The trick is to cover the sensor for about 1 second. Stop the screen flashing by covering the sensor again for more than 1 second, pressing the home button, or launching an application. The expected result would be for the screen to turn off for a second then come back on without flickering.

His readers seem to have picked up the spirit of Kemp's experiment and when they add their own findings as comments they are, for the most part, following his protocol.

To see his collection of iPhone bugs -- and to add your own -- click here.

Friday, July 13, 2007

Windows Vista FAQ


Q ควรจะ Upgrade ไปใช้ Microsoft Windows Vista ไหม
A ถ้าพีซีของคุณนั้นไม่ผ่านความต้องการขั้นต่ำของ Vista คุณอาจจะต้องรอจนกว่าคุณจะซื้อพีซีเครื่องใหม่ แต่ถ้าพีซีของคุณสามารถใช้งาน Vista ได้ และคุณชอบใช้งานในส่วนติดต่อผู้ใช้ที่สวยงาม หรือต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้นโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมมากมายล่ะก็ ควรเลือกที่จะอับเกรดครับ


Q ผมควรจะเลือก Windows Vista เวอร์ชั่นไหน?
A เริ่มจากเวอร์ชั่นที่คุณไม่ควรเลือกก่อนดีกว่า Home Basic นั่นเอง ซึ่งไม่มีการทำงานของ Aero Interface และอื่นๆ
Home Premium (5700 บาทสำหรับอับเกรดหรือ 8600 บาท ตัวเต็ม) นั้นเพียงพอกับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการทำงานกับ Windows Server หรือถ้าคุณใช้งานในธุรกิจเป็นหลักก็ควรเลือก Business edition(7100 บาทในการอับเกรด 10000 บาท สำหรับตัวเต็ม) หรือถ้าหากคุณต้องการทำงานแบบเต็มรูปแบบ เช่น ติดต่อไปยัง server ของบริษัท บันทึก รายการทีวี ก็คงต้องเลือกเป็น Ultimate Edition ไปนั่นเอง


Q ผมควรจะรอซื้อพีซีที่มี Vista ติดตั้งมาจากโรงงานเลยหรือซื้อพีซีมาติดตั้ง Vista เองภายหลัง?
A ถ้าคุณสามารถรอได้ คุณควรจะรอ ถึงแม้ว่าตอนนี้เครื่องที่นำมาติดตั้ง Vista เองนั้นจะยังไม่มีปัญหา แต่ก็อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ ซึ่งทางผู้ผลิตจะไม่รับประกันถึงจุดนี้ (อาจจะคิดเงินเพิ่ม) อีกทั้งการอับเกรดที่ดีที่สุดนั้น คุณต้องทำการสำรองข้อมูลทั้งหมดและลบโปรแกรมทั้งหมดทิ้งแล้วมาติดตั้งใหม่ภายหลังทำให้การติดตั้ง Windows นั้นไม่ใช่เรีื่องน่าสนุกเท่าไหร่เลย


Q ผมควรจะติดตั้ง Vista แบบ Clean install ดี หรือว่าควรจะำการอับเกรดดี?
A จากประสบการณ์ของพวกเรา การติดตั้ง Vista แบบ Clean Install ซึ่งเราต้องทำการ Backup ไฟล์และข้อมูลต่างๆ ของเราไว้ก่อนนั้น จะทำงานได้เร็วและมีปัญหาน้อยกว่า แต่คุณก็ต้องเสียเวลาในการนำข้อมูลกลับมาใช้และติดตั้งโปรแกรมใหม่ ซึ่งผู้เขียนมองว่าคุ้มค่ากว่าการอับเกรดแล้วมีปัญหาตามมา มาก

Q โปรแกรมป้องกันไวรัสแบบเก่าของผมจะทำงานบน Vista ได้หรือไม่?
A ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ไม่ได้ Vista จะมีความสลับซับซ้อนและแตกต่างจากวินโดวส์เวอร์ัชั่นเก่ามาก ทำให้โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ออกแบบมาสำหรับ Windows XP ไม่สามารถนำมาใช้งานได้แต่ผู้ผลิตป้องกันไวรัสรายใหญ่ๆได้เตรียมประกาศเปิดตัวโปรแกรมป้องกันไวรัสสำหรับ Windows Vista เอาไว้แล้ว

Q ผมได้ยินข่าวไม่ค่อยดีมาว่า Windows Vista จะบังคับให้เราซื้อลิขสิทธิ์ ชุดใหม่หากเราต้องการอับเกรดพีซีในภายหลังจริงหรือไม่ครับ?
A ในตอนแรกนั้นไมโครซอฟท์ได้วางมาตรการบางอย่างในกรณีที่คุณทำการอับเกรดพีซี แต่มาตรการนี้ก็ต้องถูกยกเลิกไปหลังจากโดยต่อต้านอย่างหนัก ทำให้ลิขสิทธิ์ของ Vista ตอนนี้เหมือนกับ Windows XP แบบเดิมทุกอย่าง คุณสามารถติดตั้งได้บนทุกพีซีถ้าหากคุณได้ทำการนำเอาโปรแกรมออกจากพีซีเครื่องเก่าแล้ว


Q จะทำอย่างไรถ้าเครื่องของผมไม่มีไดร์ฟ DVD? ผมจะติดตั้ง Vista ได้หรือไม่?
A ทำได้ครับ แต่ว่า คุณจะต้องขออุปกรณ์ติดตั้งใหม่จากไมโครซอฟท์ซึ่งทางบริษัทยังไม่ได้บอกว่าจะมีทางเลือกอะไรให้อีกบ้างนอกจาก DVD และ CD อีกทั้งยังไม่ได้กำหนดราคา CD ได้อีกด้วย

Q ผมจะสามารถ Uninstall Windows Vista ออกจากระบบได้หรือไม่
A ถ้าคุณทำการติดตั้งแล้วเกิดการล้มเหลวล่ะก็ Vista จะคืนค่าของระบบเป็นระบบปฏิบัิติการเก่าให้คุณโดยอัตโนมัติ แต่ถ้า Vista ทำการติดตั้งสำเร็จแล้วการจะเอาออกนั้นทำได้ไม่ง่ายเลย

Q ถ้าผมซื้อ Windows Vista Home Premium มาแล้วจะอับเกรดเป็น Ultimate ได้หรือไม่
A ได้ครับ แต่ถ้าคุณใช้เวอร์ชั่น 64 bit คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็น 32 bit ได้ แต่ไมโครซอฟท์ได้วางแผนที่จะเพิ่ม Control Panel ให้คุณสามารถอับเกรดเป็นเวอร์ชั่นอื่นๆของ Vista ได้จากในนี้ อาจจะด้วยบัตรเครดิต หรือข้อมูลอื่นๆที่จะประกาศหลังจากเิปิดตัว

Wednesday, July 11, 2007

Windows Vista TIP: เร่งสปีดด้วย ReadyBoost

Windows Vista TIP: เร่งสปีดด้วย ReadyBoost

โน้ตบุคเครื่องใหม่ๆ ที่ขายกันในท้องตลาดขนาดนี้นั้นบางรุ่น บางยี่ห้อ ก็จะมีแถม Windows Vista แบบ License แท้ๆ มาให้เลย ผมจึงอยากจะขอนำเสนอ เทคนิคใหม่ๆ ของ Windows Vista มาให้ผู้อ่านได้ชมกัน อย่างที่บอกครับ อากาศร้อนๆ แบบนี้จะทำให้ใจร้อนตามไปได้ง่ายๆ ท่านใดที่เพิ่งซื้อเครื่องใหม่มา แต่กลับรู้สึกว่ามันช้าไม่ทันใจเสียเลย ใจเย็นๆครับ อ่านบทความนี้จบ แล้วทำตาม รับรองว่าเร็วขึ้นแน่นอน ที่สำคัญ...ประหยัดงบสุดๆเริ่มติดตามกันได้ที่บรรทัด ถัดไปเลยครับ
ทางที่ง่ายและประหยัดที่สุดในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Windows Vista นั่นก็คือการเปิดใช้ ReadyBoost นั่นเองซึ่งจะเป็นการใช้งานแฟลชไดร์ฟเพื่อช่วยในการทำงานร่วมกับ RAM ซึ่งคุณสมบัตินี้มีอยู่ใน Vista ทุก Version อยู่แล้ว




และยิ่งในปัจจุบันนี้ สนนแฟลชไดร์ฟ 1 GB ราคา ประมาณ 300-500 บาท เท่านั้น
แล้วเราจะเปิดใช้งานได้อย่างไร? ง่ายๆครับ อย่างแรกคุณต้องมีแฟลชไดร์ฟอย่างน้อย 256 MB จนถึง 4 GB เสียก่อนขึ้นอยู่กับ RAM ของคุณ ไมโครซอฟท์แนะนำอัตราส่วนที่ควรใช้ระหว่างแฟลชไดร์ฟกับหน่วยความจำในระบบไว้ว่าควรใช้แฟลชไดร์ฟต่อ หน่วยความจำในอัตราส่วน 1:1 และ 2.5:1 ตัวอย่างเช่น ถ้าพีซีของคุณมีแรม 512 MB ดังนั้นคุณควรจะใช้ ReadyBoost ด้วยแฟลชไดร์ฟขนาด 512 MB หรือ 1.25 GB หรือถ้ามีแรม 1 GB ควรใช้แฟลชไดร์ฟขนาด 1 GB หรือ 2.5 GB





ในการใช้งาน ReadyBoost นั้น สามารถทำได้โดยการเสียบแฟลชไดร์ฟเข้าไปที่ช่อง USB จะมี Dialog ขึ้นมาให้เลือก Speed up My system ในหน้าถัดมาให้เลือก Use this Device ทำให้เราสามารถทำการกำหนดพื้นที่ที่ต้องการใช้เก็บไฟล์ ReadyBoost ได้






Vista เองก็จะทำการจัดเก็บ ไฟล์ที่จำเป็นต่างๆ เอาไว้ สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำก็เพียงแค่เสียบแฟลชไดร์ฟ หรือ SD Card หรือ การ์ดหน่วยความจำอื่ๆนเอาไว้นั่นเอง
เพียงเท่านี้ เครื่องของคุณก็จะทำงานได้เร็วขึ้น พอให้หายใจร้อนกันได้บ้างครับ
แล้วคอยติดตามเทคนิคอื่นๆ เกี่ยวกับ Windows Vista ที่ผมจะเอามาลงต่อไปนะครับ





Saturday, July 7, 2007

Pocket PC ทำแบบนี้ก็ได้ด้วย

Pocket PC ของคุณทำอะไรได้บ้าง? หากคุณได้ยินคำถามนี้ก็คงตอบได้ทันที เริ่มตั้งแต่งานพื้นฐานจดบันทึกนัดหมายต่างๆ เล่นเน็ต รับ-ส่ง E-mail ดูหนังฟังเพลง เล่นเกม บันทึกเสียง อ่านE-books ใช้โปรแกรมจัดการข้อมูลส่วนบุคคล โปรแกรมเฉพาะทางต่างๆ ฯลฯ ซึ่งลักษณะการทำงานที่ผมได้กล่าวไปทั้งหมดคิดว่าเกือบทุกท่านคงจะได้ใช้งานกันไปแล้วแต่ Pocket PC ยังสามารถใช้งานอรรถประโยชน์ต่างๆได้มากกว่านั้น วันนี้ผมจะขอนำเสนอวิธีการใช้ Pocket PC ในรูปแบบที่ไม่ธรรมดากันครับ

หากพูดถึง Pocket PC ในปัจจุบันเราก็ต้องนึกถึงเครื่องลักษณะค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมพอดีฝ่ามือมีหน้าจอสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 3.5 นิ้วซึ่งด้วยขนาดเพียงเท่านี้ เราอาจประยุกต์การใช้งานในด้านกายภาพต่างๆได้อีกหลายด้านเช่นกัน ไม่เพียงแค่การใช้งานจากโปรแกรมประยุกต์เท่านั้นเราลองมาดูกันเลยครับ

1.ใช้ Pocket PCเป็นไม้บรรทัด

อย่างที่ได้เกริ่นนำไปแล้วว่าเราสามารถใช้ประโยชน์ทางกายภาพจาก Pocket PC ได้จึงได้มีคนคิดค้นโปรแกรมที่ทำให้ Pocket PC กลายเป็น ไม้บรรทัดขึ้นมาอาจจะเป็นไม้บรรทัดเล็กๆที่ทำอะไรไม่ค่อยได้มากเท่าไหร่ แต่ผมคิดว่าคงมีประโยชน์บ้างในคราวคับขันจริงๆโปรแกรมนี้ชื่อ Pocket Ruler เป็นโปรแกรมง่ายๆที่คุณ Ong Kah Chong เขียนขึ้นมาแจกฟรี ที่ http://www.geocities.com/ongkc_sg/pocket_pc.htm โดยเมื่อรันโปรแกรมจะเป็นดังหน้าจอรูปที่ 1 เป็นที่น่าเสียดายว่า สามารถวัดขนาดได้เพียง 5.8 เซนติเมตร หรือ 2.3 นิ้วเท่านั้น ที่สำคัญโปรแกรมนี้ใช้ได้เฉพาะกับเครื่องที่มีหน้าจอขนาด 3.5 นิ้วเท่านั้น ไม่เช่นนั้น Scale ค่าต่างๆจะเปลี่ยนไป แต่คาดว่าคงมีการออกเวอร์ชั่นใหม่ๆมาสำหรับเครื่องรุ่นจอใหญ่ๆอีกเร็วๆนี้

รูปที่ 1 หน้าตาโปรแกรม Pocket Ruler(1.tiff)

โปรแกรมนี้มีขนาด 386 KB ต้องการ eMbedded Visual Basic Runtime ในการทำงานซึ่งสามารถดาวโหลดมาติดตั้งได้จาก http://msdn.microsoft.com/mobility/windowsmobile/downloads/evb.aspx ครับ

2.ใช้ Pocket PCโยนเหรียญหัวก้อย


รูปที่ 2 โปรแกรมโยนเหรียญ(2.tiff) รูปที่ 3 โกงการโยนเหรียญ(3.tiff)

เคยไหมครับเวลาที่ตัดสินใจอะไรไม่ถูกหรือเวลาที่ต้องเลือกอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งจากทางเลือก 2 ทางแต่ไม่รู้จะตัดสินใจเลือกทางไหนดี วิธีการที่ง่ายที่สุดคือการหยิบเหรียญออกมาโยนหัว-ก้อยแต่ในยุคแห่งการใช้บัตรเครดิตเช่นนี้ปัญหาที่คุณจะไม่มีเหรียญในมือก็อาจเกิดขึ้นบ่อยๆ ไม่เป็นไรครับ ถ้าหากคุณถือ Pocket PC อยู่ในมือคุณก็สามารถใช้เจ้า Pocket PC ตัวเก่งนี่แหละครับ โยนหัวก้อยได้เลยซึ่งมีคนคิดโปรแกรมนี้ออกมาเหมือนกัน อย่าตกใจคิดว่าเราต้องโยนเจ้า Pocket PC ตัวเก่งของเราขึ้นไปแล้วรับลงมานะครับหากพลัดตกลงไปมีหวังได้เสียสตางค์กันอีกแน่ะ :-)

โปรแกรมที่ว่านี้เป็นโปรแกรมเล็กๆครับชื่อว่าโปรแกรม Flip-It ชื่อก็ตรงตัวแปลว่าการโยนเหรียญเป็นโปรแกรมขนาดเล็กๆต้องการพื้นที่ในการติดตั้งเพียงแค่ 70 KB เท่านั้นตามไปดาวโหลดได้ที่ทางเวบ http://mypaq.net/mysoftware/flipit/ ได้เลยโดยตัวโปรแกรมเป็น Freeware

ผู้พัฒนาได้เขียนอธิบายเอาไว้ในเวบว่า เขาได้ลองทำการ”โยน” Pocket PC เพื่อตัดสินหัวก้อย จริงๆแล้ว(หมายถึงโยนขึ้นไปทั้งเครื่องจริงๆ) แต่มันไม่มีความยุติธรรมเพราะน้ำหนักและรูปร่างของเครื่องเขาจึงได้คิดโปรแกรมนี้ขึ้นมาแหม่...ทำไปได้

การใช้งานโปรแกรมก็ง่ายๆไม่มีอะไรซับซ้อน เปิดโปรแกรมขึ้นมาก็เป็นดังรูปที่ 2 เลือกเอาว่าจะเอาหัวหรือก้อย แล้วกดที่ ปุ่ม Flip It แค่นั้นก็ได้ผลลัพธ์ออกมาแล้วครับ พร้อมยังมีสถิติการออกหัวก้อยไว้ให้ดูอีกด้วย

เวลาที่เราโยนเหรียญจริงๆ ความน่าจะเป็นที่เหรียญจะออกหัวหรือก้อยก็เป็น 0.5 หรือ 50-50 นั่นเอง แต่ในเมื่อเป็นโปรแกรมผู้เขียนได้กำหนดให้เราสามารถโกงได้ครับเข้าไปที่ File -> option แล้วทำเครื่องหมายถูกที่ Enable Cheat(รูปที่ 3) เราก็สามารถกำหนด percent ที่จะให้ฝ่าย Home ชนะ ได้แล้วไม่ว่าฝ่าย home จะเลือก หัวหรือก้อย แต่ถ้าโกงมากๆก็โดนจับได้เหมือนกันนะครับ

3.ใช้ Pocket PC ไว้ไล่ยุง

รูปที่ 4 โปรแกรมไล่ยุง(4.tiff)

เห็นหัวข้อแบบนี้ แล้วอย่าเพิ่งตกใจนะครับว่าจะให้เอา Pocket PC ไปตบยุง หรือ ทำให้ Pocket PC ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาฆ่ายุงยังมีวิธีที่ประณีประนอมกว่านั้นครับ

เมื่อตอนผมเด็กๆคุณยายของผมพอตกดึกก็ต้องทำการจุดยากันยุงหรือเปลือกส้มตากแห้งต่างๆไว้ที่ระเบียงเพื่อไล่ยุงซึ่งมันเป็นอะไรที่ควันเยอะเอามากๆ มาถึงตอนนี้เรามีวิธีไล่ยุงแบบใหม่ๆ ออกมามากมายวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดนั่นก็คือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่คนเราไม่ได้ยินแต่ยุงสามารถได้ยินไม่ให้เข้าใกล้ในบริเวณที่มีคลื่นเสียงนี้อยู่ซึ่งบนเครื่อง PC ก็ได้มีคนไทยพัฒนาโปรแกรมนี้แจกฟรีกันมาแล้ว แต่ข้อเสียของเครื่อง Desktop PC ก็คือเราไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนได้ ต้องใช้อยู่ที่จุดๆเดียว แต่ถ้าเป็น Pocket PC แล้ว เราสามารถพกพาไปได้ทุกที่ เรียกว่ายุงเยอะที่ไหน ไปไล่ที่นั่นได้ทันที

โปรแกรมนี้ชื่อ Kai's Mosquito Prevent 2004 เป็นโปรแกรม Commercial ราคา $3.33 สามารถดาวโหลดเวอร์ชั่นทดลองได้ที่ http://www.pocketgear.com/software_detail.asp?id=4618 ขนาดประมาณ 2.2 MB จำเป็นต้องใช้ eMbedded Visual Basic Runtime ด้วยนะครับ

เมื่อติดตั้งและเปิดโปรแกรมขึ้นมาจะพบว่ามีหน้าจอง่ายๆ ดังรูปที่ 4 ครับ อันดับแรกให้เราเลือกความถี่ที่จะให้เครื่องส่งความถี่ออกมาซะก่อน(ถ้าเป็น Demo Version จะไม่สามารถเลือกได้)โดยสามารถเลือกความถี่ได้ 3 ระดับคือ 9,000 Hz ,16,000-20,000 Hz, 22,000 Hz ซึ่งความถี่ตั้งแต่ 9,000-20,000 Hz นั้นเป็นความถี่ที่คนสามารถได้ยินได้จึงแนะนำให้เลือกที่ 22,000 Hz เมื่อเลือกความถี่แล้วก็กดที่ Play จะมีตัวอักษรสีแดงคำว่า Sound กระพริบอยู่ แสดงว่าขณะนี้โปรแกรมกำลังส่งเสียงคลื่นความถี่ดังกล่าวออกมาอยู่ หากต้องการปิดเสียงก็คลิกที่ Stop

แต่เนื่องจากโปรแกรมนี้ต้องทำการเปิดเครื่อง Pocket PC ไว้ตลอดเวลาจึงมีเคล็ดไม่ลับในการช่วยประหยัดพลังงานก็คือการใช้ Windows Media Player มาช่วยจัดการปิดหน้าจอโดยที่ไม่ได้ปิดโปรแกรมต่างๆ เพื่อช่วย

ประหยัดการใช้พลังงานจากหน้าจอซึ่งเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดก็ว่าได้ มีวิธีดังนี้


รูปที่ 5 การตั้งค่า Windows Media Player(5.tiff) รูปที่ 6 การกำหนดปุ่ม Hardware Button(6.tiff)

1.เปิดโปรแกรม Windows Media Player เข้าไปที่ ToolsàsettingsàButtons ดังรูปที่5

2.จะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 6 ที่ Select Function ให้เลือกเป็น Screen Toggle จากนั้นให้กดปุ่ม Hardware Buttons ใดๆก็ได้ 1 ครั้ง แล้วคลิก OK

ต่อไปนี้เวลาเราเปิดโปรแกรมไล่ยุงแล้วไม่ได้มีการใช้งาน Pocket PC ก็ให้เรียก Windows Media Player ขึ้นมาแล้วกดปุ่ม Hardware Buttons ตามที่เราได้ตั้งไว้ หน้าจอก็จะดับลงแต่โปรแกรมยังทำงานอยู่ช่วยประหยัดพลังงานไปได้มาก...เพียงเท่านี้ปัญหายุงกัดก็จะหมดไป

4.ใช้ Pocket PC เป็นไฟฉาย

วิธีนี้อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมใดๆช่วยเลยหากเราอยู่ในที่มืดๆ เพียงแค่เปิดหน้าจอ Pocket PC ก็สามารถใช้เครื่อง Pocket PC ของเราแทนไฟฉายง่ายๆได้แล้ว แต่ผมจะขอแนะนำโปรแกรมที่ทำให้ Pocket PC เป็นไฟฉายที่ทำงานได้ดียิ่งคือสามารถเปลี่ยนสีต่างๆของ ไฟฉายได้ครับ

โปรแกรมนี้ชื่อว่า PDALight หลักการง่ายๆ ก็คือการทำให้หน้าจอทั้งหน้าจอเป็นสีใดสีหนึ่งทั้งหมดเพียงเท่านี้คุณก็จะได้ไฟฉายหลายๆสีด้วย Pocket PC แล้ว โปรแกรมนี้เป็น freeware ขนาด 48 KB ดาวโหลดได้ที่ http://www.appliedpda.com/Products_Freeware.html เมื่อทำการติดตั้งและเรียกใช้งานโปรแกรมแล้วจะไม่มีเมนูใดๆออกมาให้เราเห็นทั้งสิ้นเป็นเพียงหน้าจอสีขาวๆเปล่าๆ เราสามารถเปลี่ยนสีไฟฉายได้ด้วยใช้ ปุ่ม Hardware Buttons Up และ Down เมื่อต้องการออกจากโปรแกรมก็ให้ทำการ Double-tab ที่หน้าจอ ก่อนเรียกใช้งานอย่าลืมปรับแสง Backlight ในสว่างที่สุดก่อนนะครับ

5.ส่งรหัสมอสด้วย Pocket PC

รูปที่ 7 โปรแกรม P7 Morse(7.tiff)

รหัสมอสเป็นรหัสเก่าแก่ที่ใช้กันมานานนับเป็นยุคแรกๆของการสื่อสารทางไกลเลยก็ว่าได้ รหัสมอสนั้นจะประกอบไปด้วยสัญญาณเพียง 2 ชนิดนั่นก็คือ สัญญาณสั้น และยาวนำมาประกอบกันให้เป็นตามที่กำหนดไว้เช่น อักษรตัว S จะใช้สัญญาณสั้น 3 ครั้ง O ใช้สัญญาณ ยาว 3 ครั้ง เมื่อเราต้องการส่งข้อความขอความช่วยเหลือ SOS สัญญาณที่ได้ก็จะเป็น สั้น 3 ครั้ง ยาว 3 ครั้ง สั้น 3 ครั้ง เป็นต้น ซึ่งการส่งสัญญาณอาจจะใช้เป็นสัญญาณเสียง หรือ แสงก็ได้

พอได้กล่าวถึงสัญญาณเสียงและแสงก็เป็นสิ่งที่รู้กันดีกว่าเครื่อง Pocket PC ของเรานั้นมีอยู่ครบถ้วนจึงมีค้นคิดค้นโปรแกรมสำหรับส่งรหัสมอสออกมาได้ทั้งแบบแสงและเสียง โปรแกรมนี้คือ P7 Morse เป็นโปรแกรมง่ายๆหน้าจอโปรแกรมมีแค่หน้าจอเดียวดังรูปที่ 7 ให้เราใส่ ข้อความอะไรก็ได้ลงไปที่หน้าจอสีขาว จากนั้นก็เลือกว่าจะให้แสดงผลทางใดบ้างโดยทำการทำเครื่องหมายถูกที่ด้านล่างซ้ายของหน้าจอ Audio คือแสดงผลออกมาเป็นเสียง Color แสดงออกมาเป็นแสง Loop คือ เล่นวนไปเรื่อยๆ เมื่อเราใส่ข้อความที่ต้องการส่งเป็นรหัสพร้อมตั้งค่าต่างๆเรียบร้อยแล้วคลิกที่ปุ่ม Convert โปรแกรมจะแปลงข้อความเป็นรหัสมอสให้ โดย * หมายถึงสัญญาณสั้น – หมายถึงสัญญาณยาว จากนั้นก็คลิกที่ Send โปรแกรมจะเริ่มทำการส่งรหัสมอสออกมาครับดาวโหลดได้ที่ http://www.playseven.com/1230.html เป็น Freeware ขนาดประมาณ 328 KB ครับ

6.เปลี่ยน Pocket PC เป็น Tricorder

แฟนๆภาพยนตร์ Sci-fi Star trek คงรู้จักเครื่องมือที่ชื่อ Tricorder ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทีจะขาดไม่ได้เลยโดยในเรื่องเครื่องมือชนิดนี้สามารถทำหน้าที่ได้หลากหลายทั้งการเก็บข้อมูล Scan สภาพแวดล้อมและอื่นๆ....

สำหรับโปรแกรมที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นโปรแกรมที่จำลองการทำงานของเครื่อง Tricorder ซึ่งจะเปลี่ยนให้เครื่อง Pocket PC ของคุณเป็นเครื่องในยุคศตวรรษที่ 23(ว่าไปนั่น) โดยมีคนทำโปรแกรมประเภทนี้ออกมา หลายโปรแกรมด้วยกันครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเป็นคนที่ไม่ได้ดูเรื่อง Star trek คงไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่สำหรับตัวผมเองนับเป็นโปรแกรมที่สร้างจินตนาการความบันเทิงได้ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นของปลอมก็เถอะ


Pocket Tricorder

รูปที่ 8 Pocket Ticorder(8.tiff) รูปที่ 9 scarybear Tricorder (9.tiff)

โปรแกรมนี้เป็น Commercial ราคา $1.99 พอเปิดขึ้นมารู้สึกเหมือนกำลังดูหนังอยู่เลยครับ เสียงสภาพแวดล้อมต่างๆ เหมือนกับเสียงคอมพิวเตอร์ในภาพยนตร์ เสียจริงๆ โดยโปรแกรมจะมีปุ่มให้กดอยู่หลายปุ่มเมื่อกดแล้วจะมีเสียงรายงานออกมาในรูปแบบต่างๆกันดาวโหลดมาเล่นกันได้ที่ http://www.pocketgear.com/software_detail.asp?id=9787 แต่โปรแกรมนี้ต้องการ NS Basic/CE Runtime 5.0 ในการใช้งานโปรแกรมนะ ดาวโหลดได้ที่ http://www.nsbasic.com/ce/support/downloads.html

scarybear Tricorder

โปรแกรมนี้เป็น Freeware โดยส่วนตัวผมชอบตัวนี้มากกว่า Pocket Tricorder อีก เนื่องจากหน้าจอดูไม่รก และได้อารมณ์กว่าโปรแกรมแรกตัวโปรแกรมเป็นดังรูปที่ 9 เมื่อเราคลิกที่ Scan 1 ,Scan 2 , Scan 3 ก็จะมีการรายงานผลออกมาต่างๆกัน ซึ่งเสียงที่รายงานออกมาก็เป็นเสียงของเครื่องคอมพิวเตอร์ในเรื่อง Star Trek นั่นเองที่สำคัญโปรแกรมนี้สามารถใส่ภาพ .bmp และเสียง .wav ที่เราออกแบบเองให้แสดงผลในโปรแกรมได้ด้วย เรียกว่าใครเป็น Trekie โดยแท้ คงได้ลองเล่นกันสนุกแน่ครับ ดาวโหลดได้ที่ http://www.scarybearsoftware.com/ppc_tc_overview.html ขนาด 550 KB ครับ

TNGTricorder skin


ตัวนี้จะเป็น Skin สำหรับ Windows Media Player เรียกว่าเปลี่ยนให้โปรแกรมดูหนังฟังเพลงให้มีหน้าตาแบบแผงควบคุมยานใน Star Trek นั่นเองครับ เป็น Freeware ดาวโหลดได้ที่ http://www.worlebird.com/freebies/ วิธีการติดตั้งก็คือเมื่อดาวโหลดมาแล้วขยายไฟล์ที่ Zip อยู่ออกมาจะได้ Folder ชื่อว่า TNGtricorder ให้เราทำการ Copy folder นี้ไปไว้ที่ Folder \Program files\Windows Media Player\ จากนั้นก็ไปเปลี่ยน Skin ใน Windows Media player ก็เรียบร้อยครับ

รูปที่ 10 เลือก Skin ใหม่(10.tiff) รูปที่ 11 Tricorder Windows media player (11.tiff)

7.ใช้ Pocket PC เป็นบัตรประจำตัวชั่วคราว

วิธีนี้ไม่มีอะไรมากส่วนใหญ่บัตรประจำตัวของพนักงานต่างๆก็มีขนาดประมาณเครื่อง Pocket PC อยู่ แล้วเพียงแต่เครื่องที่รุ่นใหญ่ๆอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับวิธีนี้เนื่องจากใหญ่เทอะทะและมีน้ำหนักมาก หลักการง่ายๆก็เพียงแค่ ทำไฟล์รูปภาพขนาด 240 X 320 ก็คือขนาดเต็มหน้าจอพอดีนั่นเอง จากนั้นก็เปิดโปรแกรมดูรูปภาพต่างๆไม่ว่าจะเป็น Spb imager ,Resco Picture Viewer , AcdSee Mobile และอื่นๆซึ่งโปรแกรมที่กล่าวไปแล้ว Pocket PC Magz ของเราได้ทำการ Review ไปหมดแล้วครับสามารถหาอ่านได้จากฉบับที่ผ่านมา

โดยหากลองพิจารณาดูแล้ว เราสามารถใส่อะไรลงไปได้มากกว่าทำเป็นบัตรพนักงานเคยมีสมาชิกท่านนึงในเวบบอร์ดได้แนะนำว่าจะเปิดรูปพระเครื่องเอาไว้ที่หน้าจอแล้วห้อยไว้ แบบนั้น สมาชิกท่านนั้นใช้เครื่อง Hp IPAQ 1930 ครับซึ่งเป็น Pocket PC มีมีขนาดเล็กที่สุดในขณะนี้แถมรูปร่างยังเหมือนกับกรอบพระซะด้วยสิ ก็แล้วแต่ว่าใครจะลองนำไปประยุกต์ใช้ยังไงนะครับ

วิธีการนี้อาจมีประโยชน์แต่ควรนำมาใช้ในคราวที่ฉุกเฉินจริงๆเพราะว่าหากเราเอามาใช้งานดังกล่าวแล้วเราต้องทำการเปิดไฟ Backlight เอาไว้ตลอดและต้องเปิดแบบสว่างๆด้วยสิเพราะว่าถ้าเราอยู่ในที่สว่างแต่ไม่เปิดไฟหน้าจอให้สว่างมากๆคนอื่นๆก็ไม่สามารถมองเห็นได้ชัด ผลที่ตามมาคือพลังงานลดลงไปอย่างรวดเร็วครับ

8.ใช้ Pocket PC ใบ้หวย

รูปที่ 12 โปรแกรม Lottery Quick Pick(12.tiff)

เห็นหัวข้อแบบนี้อย่าเพิ่งตกใจครับ ผมไม่ได้เอา Pocket PC ไปให้อาจารย์สำนักไหนปลุกเสกมาไม่จำเป็นต้อง ”ขูด” Pocket PC เพื่อหาตัวเลขนะครับเดี๋ยวถลอกขึ้นมาจะหาว่าผมไม่เตือน:-) ที่ผมจะแนะนำคือโปรแกรมสำหรับใบ้หวยครับไม่จำเป็นต้องขูดแค่คลิกก็พอแล้ว

โปรแกรมนี้ชื่อ Lottery Quick Pick 1.2 เป็น Freeware อีกเช่นกันเป็นของค่าย tweaks2k2 ผู้พัฒนาโปรแกรมปรับแต่ง Registry สำหรับ Pocket PC ที่ชื่อ Tweaks2K2 .NET ดาวโหลดโปรแกรมได้ที่ http://www.pocketgear.com/software_detail.asp?id=7003 ขนาดเพียง 15 KBโปรแกรมนี้เขียนด้วย .NET Compact Framework ครับ ต้องดาวโหลดตัว Runtime มาติดตั้งด้วยจาก http://www.microsoft.com/downloads

หลักการของโปรแกรมนี้จะอ้างอิงถึงการซื้อ Lottery แบบของต่างประเทศหรือที่ไทยเราเรียกว่าหวยออนไลน์โดยจะให้เราเลือกเลขมา 6 ตัว ภายในช่วงตัวเลขที่กำหนด แต่ไม่เป็นไรครับ เราสามารถเอามาประยุกต์ใช้กับหวยบ้านเราได้โดยการปรับค่าNumber to guess เป็น จำนวนที่เราต้องการ และปรับ From 1 thru ให้เป็น 99

แต่ถึงอย่างไรหวยบ้านเราก็มีทั้ง 2 ตัว และ 3 ตัว แต่โปรแกรมนี้สุ่มได้เฉพาะเลข 3 ตัว เราก็อาจกำหนดให้โปรแกรมสุ่มเลขมา 3 ชุด เราก็จะได้ เลข 3 ตัว 2 ชุด ก็แล้วแต่ว่าใครจะประยุกต์ใช้งานนะครับ

คำเตือน : Lottery ถือเป็นเป็นการพนันเสี่ยงดวงอย่างหนึ่งผู้เขียนไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นหากท่านซื้อหวยตามโปรแกรมที่ได้แนะนำไปแล้วไม่ถูก :-)

9.ใช้ Pocket PC เลือกท่าทางแห่งรัก

รูปที่ 13 หน้าแรกของโปรแกรม

รูปที่ 14 เริ่ม Roulette

การใช้งานต่อไปนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่อายุมากกว่า18 ปี เท่านั้นนะครับใครอายุต่ำกว่า 18 ปีควรข้ามหัวข้อนี้ไปก่อน....

โปรแกรมนี้ออกจะแปลกๆนิดหน่อยตามความคิดผมนะครับ โดยโปรแกรมนี้ ชื่อว่า Sex Positions Roulette โดยทั่วไปคำว่า Roulette หมายถึงการพนันชนิดหนึ่งที่มีการหมุนวงล้อให้ลูกตกลงตามหมายเลข หรือ ถ้าเป็น Russian roulette ก็เป็นการดวลกันของมือปืนโลกตะวันตกเป็นเกมหวาดเสียวที่ผู้เล่นแต่ละคนผลัดกันใช้ปืนพกใส่ลูกกระสุนหนึ่งลูกปั่นลูกโม่แล้วจ่อปากกระบอกปืนที่ขมับแล้วลั่นไกปืนอันที่จริงไม่เกี่ยวอะไรกับโปรแกรมที่ผมแนะนำหรอกครับ ต้องการอธิบายว่า Roulette พูดง่ายๆก็หมายถึงการสุ่มนั่นเอง คราวนี้เรามาดูโปรแกรมกันดีกว่าครับ

โปรแกรมนี้เป็น Commercial $24.99 ดาวโหลดตัวทดลอง ได้ ที่ http://www.jgui.net/roulette/ ทางผู้พัฒนาบอกว่าโปรแกรมนี้มีท่าทางแห่งรักมากกว่า 100 ท่าทางในตัวเต็มแต่ในตัวทดลองมีแค่ 15 ท่าให้ลองเท่านั้นลองดูหน้าตาโปรแกรมจากรูปที่ 13 ครับ

วิธีการใช้งานตามจุดประสงค์หลักของโปรแกรมก็ให้คลิกที่เครื่องหมาย ? จะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 14 พร้อมเขียนคำอธิบายไว้ว่าให้ทั้งชายและหญิงสัมผัสปุ่มบนหน้าจอพร้อมกันทั้งคู่ ชายปุ่มซ้าย หญิงปุ่มขวาค้างไว้สักครู่แล้วค่อยๆปล่อยมือออกช้าๆ.... หลังจากปล่อยมือแล้วโปรแกรมก็จะทำการสุ่มท่าทางแห่งรักออกมาให้เราได้ดูกัน ผมไม่ขอเอารูปมาแสดงนะครับไปลองกันเอาเองดีกว่า :-)

ในเมนูโปรแกรมเราสามารถปรับแต่งการใช้งานของโปรแกรมได้นิดหน่อยครับดูตามรูปที่ 15 เมนูโปรแกรมมีการทำงานดังนี้

· Show Text -> แสดงข้อความอธิบายท่าทางรักแต่ละท่า

· Revise All -> เป็นการแสดงท่าทางแห่งรักทั้งหมดที่มีอยู่ในฐานข้อมูล


รูปที่ 15 เมนูหลัก(15.tiff) รูปที่ 16 revise All (16.tiff)

เมื่อเราเลือก เมนู Revise All โปรแกรมจะถามเราว่าไม่ดีกว่าหรือถ้าจะให้ทั้ง 2 คนช่วยกันสุ่มขึ้นมาแต่หากต้องการดูท่าทางแห่งรักทั้งหมดก็คลิก Yes จะมีเครื่องหมายต่างๆเพิ่มขึ้นมาที่เมนูหลักครับ(รูปที่16)เราก็คลิกเพื่อดูท่าทางแห่งรักต่างๆได้ที่มีทั้งหมดครับ

ในเมนู search จะมีประเภทของท่าทางรักต่างๆให้เราเลือกครับว่าเราต้องการสุ่มจากท่าทางชนิดใดบ้างในที่นี่ไม่ขอพูดถึงนะครับ

บทสรุป

โปรแกรมทั้งหมดที่ผมได้นำเสนอมานี้คิดว่าคงจะมีอย่างน้อยสักโปรแกรมที่จะให้คุณผู้อ่านนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ เป็นการเพิ่มการประโยชน์ในการใช้งานเครื่อง Pocket PC ที่ทุกท่านซื้อมาในราคาค่อนข้างสูงให้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น อีกทั้งโปรแกรมส่วนใหญ่ที่ได้นำมาแนะนำยังเป็น Freeware ซึ่งสามารถหามาใช้งานกันได้แบบไม่ต้องเสียสตางค์

แต่ประโยชน์ของ Pocket PC ยังไม่หมดแค่นี้ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเพิ่มความสามารถใหม่ๆให้ Pocket PC อยู่เสมอผมคิดว่าต่อไปคงมีคนคิดค้นโปรแกรมที่แปลกๆออกมาเพื่อประโยชน์การใช้งานต่างๆอีกมากมายแน่นอน

Thursday, July 5, 2007

เจาะลึกถึงแก่นข่าว IT ไปกับ Digg





เจาะลึกถึงแก่นข่าว IT ไปกับ Digg : บริการเวบไซด์ข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีแต่จะต่างกันกับเว็บอื่นๆตรงที่เว็บอื่นๆนั้นผู้ดูแลเวบจะเป็นคนตัดสินใจว่าข่าวไหนเป็นข่าวที่มีความสำคัญ(จัดอันดับ)พร้อมเขียนข่าว แต่ที่ Digg จะเปิดโอกาสให้คนที่เข้าชมได้มีโอกาสขุดข่าวที่ตัวเองคิดว่าเป็นข่าวที่มีความสำคัญ คล้ายๆกับการใช้งาน Tag และสามารถส่งข่าว /หัวข้อ Blog ต่างๆที่น่าสนใจได้อีกด้วย

การใช้วิธีการดังกล่าว Digg จะสามารถนำเสนอได้เร็ว ผู้ใช้สามารถอ่านข่าวพร้อมส่งความคิดเห็นได้จากเวบข่าวต่างๆผ่านทาง Digg หรือ จะใช้สมัครใช้บริการส่งข่าวให้ถึงคุณเลยก็ได้
หรือถ้าจะใช้งานให้ลึกกว่านั้น คุณสามารถลงทะเบียนและสร้างเวบข่าวสำหรับกลุ่มของคุณเองเท่านั้นได้ ยิ่งกว่านั้นยังคุณยังสามารถส่งข่าวนั้นเข้าไปที่ Blog ของคุณได้ http://www.digg.com/


ดังนั้นที่นี่จึงเป็นเว็บโปรดอีกแห่งหนึ่งของผมเลยทีเดียวครับ เข้าทุกครั้งที่มีโอกาส:P

Wednesday, July 4, 2007

[Web2.0] รู้จักกับ Del.icio.us Bookmark Online


ถ้าคุณผู้อ่านอยากรู้ว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรที่คนทั่วโลกกำลังสนใจ พวกเขาชอบที่จะเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไหนมากที่สุดในแต่ละวันนะ? วิธีการที่ดีที่สุดที่จะรู้ได้คือการดูที่ Bookmark ของพวกเขา และถ้าหามันจะมีบริการใดที่ทำให้เราเข้าไปดู Bookmark ของคนอื่นได้แล้ว แน่นอนว่าคนอื่นก็ควรจะดูของเราได้บ้าง ชื่อของบริการฟรีนี้ถูกตั้งขึ้นโดย Yahoo ที่ฟังดูแล้วไม่ค่อยจะรื่นหูเท่าไหร่นะครับเพราะมันแปลกๆ ยังไงไม่รู้(ตอนแรกๆผมเองก็จำไม่ค่อยได้ว่ามันต้องพิมพ์ "ดอท" . ตรงไหนบ้าง)

วิธีการใช้งานเวบนี้ก็ง่ายมากเพียงแค่ ลงทะเบียน , เข้าสู่ระบบ, จากนั้นดาวโหลด Plug-in มาเพิ่มปุ่มอีก 2 ปุ่มให้กับทูลบาร์ใน Internet Explorer ของคุณหรือ ทูลบาร์ Bookmark ใน Firefox (มีวิธีการบอกไว้ในเวบแล้ว) เมื่อคุณคลิกปุ่มที่ได้เพิ่มเข้าไปแล้วหน้าปัจจุบันที่เปิดอยู่ก็จะถูกบันทึกเข้าไปใน bookmark ของบริการนี้ แต่น่าเสียดายที่คุณไม่สามารถอับโหลด bookmark ทั้งหมดในเครื่องของคุณเข้าไปได้ หลังจากอับโหลดไปแล้วคุณสามารถเพิ่ม tags ให้กับ bookmark ของคุณพร้อมทั้ง แบ่งปันให้กับผู้ใช้อื่นๆโดยผู้ใช้สามารถกำหนดสิทธิการเข้าถึง bookmark ได้ del.ico.us
ดังนั้น เราก็สามารถหาคำที่เรากำลังสนใจอยู่ขณะนี้ด้วย Tag ต่างๆได้เลย ผมคิดว่าวิธีนี้จะให้เราพบข้อมูลที่ตรงตามความต้องการมากกว่า Google เป็นแน่
ลองใช้กันดูได้นะครับ

Monday, July 2, 2007

GPS(Global Positioning System) มันคืออะไร?


การทำงานของ GPS Navigation บน IPAQ Pocket PC


GPS(Global Positioning System) มันคืออะไร? เป็นคำถามที่ผมอยากรู้คำตอบมากตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จักคำนี้ หลังจากค้นหาความหมายอยู่นาน อ่านบทความไปหลายที่กว่าจะเข้าใจก็ใช้เวลาซะนาน จึงเป็นที่มาของบทความนี้ครับ ที่ผมต้องการจะอธิบายความหมายของ GPS ให้เข้าใจได้ง่ายๆ สั้นๆ


GPS เป็นการระบุตำแหน่ง ที่เราอยู่บนพื้นโลก ถ้าพูดให้ง่ายๆ พื้นฐานมันคือแค่นั้นเองจริงๆ มันแค่ทำให้เรารู้ว่าเราอยู่ตำแหน่งละติจูด/ลองติจูดที่เท่าไหร่


แล้วมันรู้ได้อย่างไร? GPS ทำงานร่วมกับดาวเทียม 24 ดวงทั่วโลกของสหรัฐอเมริกาNAVSTAR เอาเป็นว่ามันใช้ดาวเทียมมาช่วยในการระบุตำแหน่งของเรา โดยดาวเทียมจะทำการส่งสัญญาณตำแหน่งของตัวมันเองที่อยู่ในอวกาศออกมาเรื่อยๆ ทุกๆวินาทีซึ่งดาวเทียม 24 ดวงนี้จะโคจร รอบโลกแบบกระจาย กันได้ทั่วโลกเลยทีเดียว (จริงๆใช้ไม่ถึง 24 ดวงแต่ส่งขึ้นไปเพื่อ Backup ไว้)


เมื่อ ดาวเทียมพวกนั้นส่งข้อมูลตำแหน่งออกมาทุกๆวินาที เราจึงต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า GPS Reciever เพื่อทำการรับสัญญาณเหล่านั้นซึ่งสัญญาณที่รับมาได้จะเป็น Raw Data เมื่อเรารับสัญญาณมาได้แล้วเราต้องมี Software/Program GPS Navigation ที่เอาค่าเหล่านั้นมาคำนวนเพื่อหาตำแหน่งที่เราอยู่พร้อมกับมีฟังก์ชั่นช่วยคำนวนการเดินทางที่ใกล้ที่สุดให้เรา หรืออื่นๆ


แต่ว่าสัญญาณที่ดาวเทียมส่งมามันไม่ได้มีแค่ละติจูด/ลองติจูดนะครับ มีอีกหลายอย่างเช่น ความสูงจากระดับน้ำทะเล เวลาขณะนั้น เวลาพระอาทิตย์ขึ้น/ตก และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้เวลาที่เราได้จากGPS นั้นเป็นเวลาที่ตรงกับความจริงมากที่สุด ก็มันรับมาจากดาวเทียมนี่นา


หากอ่านแล้วยัง งง เอาเป็นว่า GPS reciever ทำการรับสัญญาณ Raw มาจากดาวเทียมเพื่อระบุตำแหน่ง จากนั้นจึงใช้ Software บน Pocket PC/ Mobile/Notebook ในการคำนวนค่าต่างๆนั่นเอง !!!!
ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

Charnsak

ปล. ถ้าอยากรู้ลึกๆเลยก็ไป Wiki เลยค้าบ http://en.wikipedia.org/wiki/GPS

Posted by Picasa