Category: IT Thought

  • บันทึกเรียน iOS ครั้งที่ 1 กับอาจารย์ Paul Hegarty

    เรียนจาก https://itunes.apple.com/us/course/developing-ios-9-apps-swift/id1104579961

    อาจารย์ Paul สอนเข้าใจง่าย เป็นอีกคอร์สที่ตั้งใจว่าจะเรียนนานแล้ว แต่ก็โดนนั่น โดนนี่ ผลัดไปผลัดมาทุกที

    คนที่จะเรียนควรมีพื้นฐานเรื่อง OOP แน่นๆ และมีประสบการณ์ในการเขียนโปรแกรมมาบ้างนิดหน่อยก็พอ แค่รู้พื้นฐานเช่น การประกาศตัวแปร Loop ต่างๆ เป็นต้น เพราะ ภาษา Swift ค่อนข้างต่างจากภาษาอื่นพอสมควร

    • ภาษา Swift ใช้ MVC Model  เหมือนภาษาสมัยใหม่ทั่วไป
      • M = Model ใช้สำหรับเก็บข้อมูล ประมวลผล Logic ต่างๆ
      • C = Control ตัวกลางที่ทำหน้าที่ติดต่อระหว่าง M และ V ซึ่ง M และ V ไม่สามารถติดต่อกันได้โดยตรง
      • V = View ตัวที่แสดงผลติดต่อกับผู้ใช้
      • 1 MVC คือ Apps แค่ 1 หน้า ดังนั้น MVC 1 หน้า อาจจะทำหน้าที่เป็น View ของ MVC ชุดอื่นๆก็ได้ (ชอบจริงๆอันนี้ )
    • ภาษา Swift ไม่มี ; สามารถใช้ CR- Carrier Return หรือการขึ้นบรรทัดใหม่ในการจบคำสั่งได้เลย
    • ประกาศตัวแปรใช้คำสั่ง Var และ Let
      • let X : String!
      • var Y : int?
      • let TF = false //ถ้าเป็นแบบนี้ระบบจะทำให้ตัวแปร TF  เป็น Bool  ให้โดยอัตโนมัติ
    • ตัวแปร Swift มีสิทธิเป็น Optional Value โดยจะมี 2 ค่า คือ มีการเซ็ตค่าให้ กับไม่มีการเซ็ตค่าให้
      • เริ่มต้นตัวแปร Optional มีค่า เท่ากับ Nil คือไม่มีค่า ใช้ ? ตามชื่อตัวแปรเพื่อประกาศตัวแปรแบบ Optional Value
      • ถ้าใช้ ? ในการประกาศตัวแปรแล้วละก็ เวลาเรียกใช้จะต้องใช้ ! ตามหลังด้วยเสมอ ไม่เช่นนั้นจะเกิด Erro
      • ถ้าประกาศด้วย ! ตามหลังก็จะสามารถใช้ได้เลย
    • กด CTRL จากนั้นลากจาก View ไปที่ Control จะเป็นการสร้าง Func เพื่อให้กระทำเหตุการณ์ต่างๆจากการคลิก
      • Action
      • ต้องเลือกที่มาด้วยว่ามาจาก UI ตัวไหน ห้ามเลือกเป็น Anything
      • 1 UI สามารถผูกได้หลาย Func
      • ถ้ากด CTRL โดยไม่เลือก Action จะเป็นการประกาศตัวแปรให้เป็น Instance ของ UI นั้นๆ เพื่อเอาไปใช้ใน Code ได้
    • กด Option แล้วคลิกที่ code  เพื่ออ่าน Help
    • เวลาเขียนตัวแปรควรตั้งยาวๆ เพื่อให้สามารถเข้าใจง่ายโดยมนุษย์มากที่สุด เพราะเราไม่จำเป็นต้องพิมพ์เอง มันมี Intellisence ที่โคตรฉลาดอยู่แล้ว

     

  • GTA San Andrea: เล่นจบ ช้าไป  9 ปี

    GTA San Andrea: เล่นจบ ช้าไป 9 ปี

    Series game ตระกูล Grand Theft Auto เป็น ซีรี่ที่เล่นติดต่อกันมาตั้งแต่ภาคแรกๆ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นภาค GTA 3 ที่เล่นบนเครื่อง Play 2 โดยรู้จักครั้งแรกที่ร้านเกมทั่วไป

    จากนั้นก็เล่นมาเรื่อย แต่จำได้ว่าไม่เคยเล่นจนจบเลย เล่นไปสักพักก็จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ ไม่ได้เล่นต่อ เช่น คอมเจ๊ง เซฟหาย หรือแม้กระทั่งเบื่อไปเองก็มี

    แต่พอทาง Apple App Store ทำออกมาอีกครั้งเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ก็ลองกดซื้อมาเล่นดู

    แล้วก็เล่นได้เรื่อยๆ จนจบครับ

    จำได้ว่าเมื่อก่อน กว่าจะเข้าเกมได้แต่ละครั้ง ลำบาก มากๆ เข้าไปก็ต้องปรับ กราฟฟิค ต่ำๆ ซึ่งจริงๆ ตัวเกม มันกราฟฟิคก็ไม่ได้สวยอะไรอยู่แล้ว

    แต่พอมาเล่นบน iPad เราสามารถเซฟ state ได้โดยอัตโนมัติ แทบไม่ต้องวิ่งหาจุดเซฟอีกเลยก็ว่า ได้ หรือ หากต้องการเล่นข้ามเครื่อง เช่น เล่นบน iPad อยู่ที่บ้าน แต่อยากเล่นต่อบนรถเมล์ขณะเดินทางไปทำงาน ก็เพียงแค่สมัครสมาชิก Social Club แล้วเซฟลง Cloud เพียงเท่านี้ Progress ต่างๆ ของเราก็สามารถเอาไปโหลดได้ที่เครื่องใดๆก็ได้ แล้ว

    ตอนนั้นเคยเล่นเมื่อปี 2005 ได้ แต่ก็เล่นไม่จบ มาวันนี้เล่นจบแล้วครับ นับว่าค่าย Rock Star ทำเกมที่เล่นได้ข้ามทศวรรษจริงๆ

  • เว็บแจกรูปฟรี

    0 เว็บสุดใจดี แจกรูปให้ใช้ฟรีๆ แบบไม่ติดลิขสิทธิ์ในชีวิตจริง การหารูปภาพต่างๆมาใช้บรรยายข้อความหรือใช้ประกอบในงานของเรานั้น บอกได้เลยว่ายากกว่าการหารูปแปะในรายงานสมัยประถมเป็นสิบๆเท่า ตอนเด็กๆเราก็แค่ Google หารูปสวยๆ มาแปะในรายงานครูก็ให้คะแนนเต็มละ แต่จริงๆ แล้วรูปประมาณ 90% ที่เราหาเจอใน Google มักจะมีลิขสิทธิ์ และไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในงานฟรีๆ ซึ่งถ้าจะเอาไปใช้จริงๆ ง่ายที่สุดก็คงต้องหาซื้อรูปเหล่านั้นละเนอะ

    ทีนี้ ถ้าอยากได้รูปสวยๆ คมชัดระดับ High-resolution แถมเอาไปใช้ในงานได้แบบฟรีๆ ไม่ติดลิขสิทธิ์ล่ะ?

    วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 เว็บสุดใจดี ที่แจกรูปฟรีๆ แบบเอาไปใช้ได้โดยที่ไม่ต้องซื้อกันเลยทีเดียว แต่ถ้าจะแจกลิ้งค์เลยมันก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย เราก็เลยจะรีวิวเว็บเหล่านี้ให้ดูกันทีละเว็บเลย

     

    1. Unsplash

    เริ่มจากเว็บแรกที่เป็นเว็บในตำนาน เพราะเป็นเจ้าแรกๆ ที่แจกรูปฟรี แถมยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆเว็บ โดยที่เขาบอกว่า “do whatever you want” คือเราสามารถเอารูปไปใช้งาน ตกแต่ง หรือตีพิมพ์ได้สบายๆ รูปก็มีหลายประเภทหลายสไตล์ ส่วนใหญ่จะเป็นรูปวิว พูดถึงคุณภาพก็จัดว่าดีมากทีเดียว แต่เว็บนี้จะจัดรูปเหมือนแกลเลอรี่รวมๆ สำหรับใครที่มองหารูปจาก Unsplash แนะนำให้เข้าไปที่ https://unsplash.com/grid เลือกง่ายและไวกว่าเข้าหน้าหลักของเว็บแน่นอน 100%

     

    2. Pixabay

    เว็บนี้มีมากกว่า 310,000 รูปฟรีเลยล่ะ Pixabay ให้คุณสามารถเลือกดูรูปภาพเป็นหมวดหมู่ หรือค้นหาจากคีย์เวิร์ดที่ต้องการได้คุณภาพของรูปโดยรวมจะไม่ได้สวยเท่ากับของเว็บแรกนะ แต่เรื่องความสะดวกในการหารูปไปใช้นั้น เราให้เต็มสิบเลยจ้า

     

    3. Death to the Stock Photo

    แหวกแนวมาเลยสำหรับเว็บแจกรูปอันนี้ เพราะนี่เป็นเว็บเดียวที่มาแนว subscription คือเราลงทะเบียนไว้ เขาจะส่งรูปมาให้ในอีเมลเดือนละเซ็ท และรูปที่ส่งมาแต่ละเดือนนั้น ก็คุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ คือกล้าเคลมได้เต็มปากเลยว่า “ดูดีทุกรูป” แต่สำหรับใครที่ต้องการดูเป็นแบบแกลเลอรี่ก็สามารถสมัครแบบ premium ได้(แต่เสียตังค์นะจ้ะ)

    4. picjumbo

    เว็บนี้จะเป็นรูปที่ดูใช้งานจริงได้มากที่สุด โดยส่วนมากจะเป็นรูปสิ่งของ หรือสถานที่ต่างๆ ความเทพของ picjumbo อยู่ที่เขามี plugin ใน photoshop ให้ค้นหารูปใน photoshop ได้เลยไม่ต้องผ่านเว็บ เรียกได้ว่าสะดวกสุดๆ สำหรับคนชอบแต่งรูปเลยนะ

     

    5. raumrot

    เป็นเว็บที่มีรูปหลายประเภทมากๆ ทั้งรูปรถ บ้าน สัตว์เลี้ยง สถานที่ และอื่นๆอีกมากมาย รูปส่วนใหญ่จะเป็นแนวเรโทร(Retro) แถมมีการจัดรูปเป็นเซ็ทตามประเภท หรืออีเว้นท์ เช่น คริสต์มาส ให้ได้โหลดได้โดนกันทั้งเซ็ทเลยทีเดียว

     

    6. Life of Pix

    เว็บแจกรูปสไตล์ Vintage และ Retro ที่มีโทนสีของรูปแบบสบายตา ส่วนมากจะเป็นรูปแนว Abstract แต่แฝงไปด้วยมุมมองที่น่าสนใจ เว็บนี้เป็นเครือเดียวกับ Life of Vids ที่เป็นเว็บแจกวิดีโอฟรีแบบ Full-HD สำหรับใครที่กำลังมองหารูปและวิดีโอไปใช้ในเว็บไซต์ แนะนำเว็บนี้เลยจ้า

     

    7. Pexels

    เป็นเว็บที่เราชอบมากที่สุดเลย ถ้าจะให้นิยาม Pexels แล้วคงจะเป็น “Unsplash ที่มีสีสันสดใส” ด้วยสไตล์เว็บที่คล้ายๆ เว็บในตำนาน แต่มีสีสันที่สดใสกว่า และเพิ่มความสามารถในการค้นหารูปจากคีย์เวิร์ดหรือแท็กที่เกี่ยวข้องได้ บอกเลยว่าตอบโจทย์สุดๆ

    8. SplitShire

    ดีไซเนอร์ส่วนมากจะชอบเว็บนี้ เนื่องจากทุกรูปจะมีมุมกล้องที่แปลกตา แต่ดูแล้วกลับลงตัวและมีความหมาย ไม่แปลกใจเลยที่ SplitShire จะเป็นเว็บที่แจกรูป แถมยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คนอีกด้วย

     

    9. Startup Stock Photos

    เนื่องจาก Course Square ก็เป็นหนึ่งใน Startup ของไทย เราจึงขอแนะนำเว็บแจกรูปที่เหมาะกับเหล่า Startup มากที่สุด เว็บนี้จะเป็นรูปแนว Business เน้นบรรยากาศในออฟฟิศแบบสบายๆ สไตล์ Startup ถ้าจะหารูปแนวนี้ละก็ เว็บนี้เลยเหมาะสุดๆ

     

    10. Magdeleine

    มาถึงเว็บสุดท้ายกันแล้ว Magdeleine จะเป็นรูปแนวธรรมชาติ เน้นสร้างแรงบันดาลใจ โดยรูปทั้งหมดจะถูกจัดเป็นหมวดหมู่ เลือกดูง่าย แต่คิดว่าน่าจะยังเป็นเว็บใหม่ เลยไม่มีรูปให้ดูมากนัก

     

    จบไปแล้วสำหรับ 10 เว็บสุดใจดี จากที่รีวิวมาจะเห็นว่าแต่ละเว็บก็จะมีเอกลักษณ์ของตนเอง แต่เว็บเหล่านี้มีจุดประสงค์เดียวกันคือแบ่งปันรูปให้เอาไปใช้ได้แบบชิวๆ ไม่ต้องเครียดเรื่องลิขสิทธิ์ ไม่ต้องกลัวโดนฟ้อง ส่วนการจะเลือกว่าเว็บไหนที่ดีที่สุดนั้นคงยาก เลือกให้เหมาะกับงานของเราจะดีกว่านะจ้ะ

    A picture is worth a thousand words / หนึ่งภาพพันบรรยาย

    หวังว่าทุกๆคนจะเจอ A picture ที่เราต้องการ แบบ “ฟรีๆ” ในเว็บที่เราแนะนำนะ :)

    ขอบคุณที่มา: http://blog.coursesquare.co/20…9B%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5/ 

  • Shutter Stock Contributor.

    During the time I am in Vienna. I try to make my best shot of photographs.
    When I have some of them I put it to Shutter Stock for Review!

    It took about 5 days for the result because of my ID problem.

    And…then!!!

    Please visit my Portfolio: http://www.shutterstock.com/g/charnsak

  • ซื้อ DEAL ต่างๆในเว็บ คุ้มจริงหรือ?

    หลายๆท่านคงจะเคยเห็น และได้จับจ่ายซื้อสินค้าผ่านทางเว็บ ดีลต่างๆ
    ที่เข้ามาสร้าง Gimmick  ภาพใหญ่ๆ ให้กับประเทศไทย

    เริ่มตั้งแต่ ENSOGO ที่คิดว่าใครๆก็คงจะรู้จักชื่อนี้ดี (ตอนนี้โดน  Living Social ซื้อไปแล้ว)
    แล้วตอนนี้ก็มี Cloning ต่างๆ โพล่ ขึ้นมาเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Thaicitydeal Sanook   coupon (more…)